วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

แผนที่สังคม - Social Mapping

โดยทั่วไป แผนที่ (Map) เป็นเครื่องมือสำคัญในการบอกตำแหน่งของผู้คน สถานที่ หรือแหล่งทรัพยากร แต่แผนที่สังคม ทำได้มากกว่านั้น



แผนที่สังคม (Social Mapping) เป็นเครื่องมือที่สามารถจับต้องมองเห็น ใช้งานง่าย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม บันทึก และวิเคราะห์ข้อมูลที่บรรจุอยู่บนแผนที่ อันได้แก่ ขอบเขตของชุมชน โครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง จำนวนและที่่ตั้งของครัวเรือน สถานที่สำคัญ แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ความสัมพันธ์ภายในชุมชน การถ่ายเทองค์ความรู้หรือทรัพยากร และอื่นๆ อีกมากมาย






ไม่ยากที่จะวาดแผนที่ ไม่จำเป็นต้องมี Software หรือ GPS หรือ เครื่องมือวัดระยะแบบมาตรฐาน แค่มีกระดาษแผ่นโตๆ หรือลานกว้างๆ ในชุมชน ที่ทุกคนสามารถยืนนั่งล้อมวง ช่วยกันกันขีดๆ เขียนๆ เส้นสาย วาดรูปบ้าน ต้นไม้ สายน้ำ จนกลายมาเป็นภาพวาดของชุมชนของตัวเอง ก็เพียงพอ

ช่วงที่วาดกันอยู่ นักพัฒนาอาจช่วยสอบถามว่า "ขาด... ไปหรือเปล่า" "บ้านนี้มี.... ไหม อยู่ตรงไหน" "พี่จ๋า บ้านพี่อยู่ในแผนที่หรือยัง" ...ไม่เครียด ไม่มีถูกผิด รับรองกระบวนการนี้ฮา...


เมื่อวาดเสร็จแล้ว อย่าลืมชื่นชมผลงานความสำเร็จจากความร่วมไม้ร่วมมือของทุกคน จากนั้นชวนกันชม ชวนกันชี้สิ่งต่างๆ ที่เห็นบนแผนที่ และชวนกันคุยต่อว่า มีใคร อะไร อยู่ที่ไหน อยู่กันอย่างไร เกี่ยวข้องกันหรือไม่ อย่างไร

สิ่งที่ได้ระหว่างการวาดแผนที่ คือ การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน จะเห็นว่า แม้แต่ในกลุ่มคนที่อ่านเขียนไม่ได้ ยังสามารถมาร่วมวาดหรือให้ข้อมูลได้ นอกจากนี้ ภาพมุมสูงของชุมชนที่ปรากฎตรงหน้าคือ มุมมองใหม่ที่คนในชุมชนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง ไม่เคยเห็น มันจึงสามารถกระตุ้นความสนใจ และส่งต่อให้เกิดการคุย หรือวิเคราะห์เรื่องราวที่เกี่ยวกับชุมชนของตนเองได้เป็นอย่างดี

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฉันเป็นนักพัฒนา

"เราจะทำยังไงกันดี ถ้าลูกร้องไห้อยากจะกินมะม่วงที่อยู่บนต้นนั่น..."
คำตอบที่ได้จากผู้หญิงที่มารวมกลุ่มกันมีหลากหลายตั้งแต่
ปีน, เอาไม้สอย, โค่นต้น, ไปจนถึง ปลอบลูกให้หยุดร้อง ตีลูกจะได้เลิกอยากกิน...

คำตอบเหล่านี้สะท้อนวิธีคิดและการวางแผนในการแก้ปัญหาของผู้หญิง
ทั้งที่ปัญหาหรือเป้าหมายนั้นหมือนกัน แต่แต่ละคนมีวิธีการจัดการต่างกัน บ้างบรรลุเป้าแต่ไม่ย้่งยืน เช่น โค่นต้น ได้กินครั้งเดียว บ้างก็ไม่ได้แก้ไขอะไรเพียงแต่ก้มหน้ายอมจำนนต่อข้อจำกัดของตน เช่น ให้ลูกอด

ณ จุดนี้ นักพัฒนาควรเสริมกำลังใจให้พวกเขาได้ค้นหาความเป็นไปได้ทั้งหมด ที่จะทำให้ลูกได้กินมะม่วง ก้าวข้ามอุปสรรค คิดบวก เชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง และให้เขาเลือกทางออกที่เหมาะสมและยั่งยืนด้วยตัวเอง

เราไม่มีหน้าที่เอามะม่วงหรือสิ่งอื่นใดไปให้ชุมชน ไม่คิดแทน เพราะเราคงไม่สามารถเป็นผู้ชี้นำหรือให้สิ่งใดไปตลอดกาล เว้นเสียแต่การให้แนวคิด เติมเต็มทักษะความรู้ที่อาจขาดหายไป เพื่อให้เกิดทางเลือกที่สร้างสรรค์

"งานพัฒนาที่แท้แล้ว คือ การทำให้นักพัฒนาตกงาน" เป็นคำกล่าวที่จริงแท้"

ปฏิทินฤดูกาล - Seasonal Calendar

เพื่อป้องกันอาการเข้าพื้นที่ไปแล้ว เหวอ... ชาวบ้านไม่อยู่ ไม่ว่าง ขอแนะนำเครื่องมือในการทำความเข้าใจชุมชนและสร้างการมีส่วนร่วม ชื่อว่า ปฏิทินฤดูกาล (Seasonal Calendar)




เริ่มกันเลย...
ขั้นแรก ผู้จัดกระบวนการ หรือ ชาวบ้านวาดตารางโดยแถบบนสุดของตารางแสดง จำนวนเดือนทั้ง 12 เดือนในหนึ่งปี เทคนิค... ควรใช้การเรียกเดือนตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ชุมชนกะเหรี่ยง เรียกว่า เต่อเล (มกราคม), ที่แพะ (กุมภาพันธ์), ทีคุ (มีนาคม) เป็นต้น
ต่อมา ช่องแนวตั้งด้านซ้ายสุดแสดง ข้อมูลสำคัญที่ต้องการ คือ การใช้เวลาของเกษตรกร/กิจกรรมทางการเกษตร ซึ่งผู้จัดกระบวนการสามารถใช้คำถามง่ายๆ เพื่อระดมข้อมูลจากชาวบ้าน เช่น  ไถนาเดือนไหน, เอาน้ำเข้านาเมื่อไหร่, หว่านกล้า-ปักดำช่วงไหน... เทคนิค... ใช้การวาดภาพ หรือสัญลักษณ์ หรือวัสดุอะไรก็ได้แทนข้อมูล (ดูภาพ) ไม่เน้นสวย แต่เน้นความเข้าใจและกระตุ้นให้ชาวบ้านคิดเอง ลงมือวาด-ลงมือวางเอง ถ้ามีเพื่อนลงพื้นที่ไปด้วยควรมีการจดบันทึกข้อมูลในสมุดบันทึกไปพร้อมกับการจัดกระบวนการ
และสามารถประยุกต์กับการเก็บข้อมูลเรื่องอื่นๆ ได้โดยกำหนดให้แถวต่อไปของตารางเป็นประเด็นอื่นที่สนใจ เช่น ฤดูกาล ประเพณี/งานบุญต่างๆ ของชุมชน อาหารที่สามารถเก็บหาได้จากธรรมชาติในแต่ละเดือน
จบด้วย เมื่อเสร็จกระบวนการ ผู้จัดกระบวนการควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลกับชาวบ้านที่ร่วมกิจกรรมอีกครั้งหนึ่ง

ข้อมูลจาก ปฏิทินฤดูกาล ทำให้นักพัฒนาสามารถวางแผนการทำงานในชุมชนได้อย่างเหมาะสม เช่น การวางแผนลงพื้นที่ หรือจัดกิจกรรมในพื้นที่ เพื่อไม่ให้สอดคล้องกับการใช้เวลาของชุมชน

เครื่องมือนี้ยังช่วย Warm Up การมีส่วนร่วมของชุมชน ให้เริ่มทบทวนตนเองและสิ่งรอบตัว ซึ่งเป็นหัวใจของกระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ลงพื้นที่

"ลงพื้นที่" กิจกรรมหลักของนักพัฒนาชุมชน
วิวสวยๆ อาจเป็นแรงใจที่ดีของนักเดินทางที่ต้องลงไปกินนอนในชุมชน
แต่สิ่งสำคัญกว่า คือ งานสำเร็จตามเป้าหมาย
ดังนั้น นักพัฒนาอาชีพ... ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เราควรกำหนดวัตถุประสงค์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ จำนวนวันต่อครั้ง และงบประมาณที่ใช้นะจ๊ะ :-)