วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ทฤษฎีไข่ : Omelet Theory

ปัญหาของนักพัฒนาไทยที่สำคัญคือ การวิเคราะห์ผลสำเร็จของงานไม่ได้
เราขอแนะนำวิธีการทำความเข้าใจโดยใช้ ทฤษฎีไข่เจียว ดังนี้

การเจียวไข่ คือ กิจกรรม (Activity)

เริ่มจากถามตัวเองว่า ถ้าจะเจียวไข่ ต้องใช้อะไรบ้าง
อืมม... คนเจียว ไข่ น้ำมัน กะทะ เตาไฟ หรือจะเพิ่มมูลค่าด้วยหมูสับก็ได้
สิ่งเหล่านี้ คือ ปัจจัยนำเข้า (Input)

เจียวไข่ ต้องได้ ไข่เจียว ดังนั้น ไข่เจียว คือ ผลลัพธ์ (Output)

แต่จะไข่เจียวที่วางไว้เฉยๆ จะเป็นประโยชน์ได้อย่างไร ต้องเอาไปรับประทานค่ะ
ซึ่งมันก็คือ การใช้ประโยชน์ของผลลัพธ์ (Use of Output)

ดังนั้นผลของการที่ ลูกได้กินไข่เจียว คือ ลูกอิ่ม อร่อย เช้านั้นไปโรงเรียนได้ไม่งอแง
เท่ากับ ผลสัมฤทธิ์ (Outcome) ของ การเจียวไข่

แล้ว ผลกระทบ (Impact) ล่ะคะ มันคืออะไรได้บ้าง เป็นได้หลายสิ่ง เพราะส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมมากกว่าหนึ่งกิจกรรม

ในกรณีอาจยกตัวอย่างได้ว่า ลูกมีผลการเรียนที่ดีขึ้น คือ ผลกระทบ การกินข้าวไข่เจียวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกไปโรงเรียน มีสมาธิในการเรียนหนังสือ เพราะไม่หิวท้องร้อง แต่ก็ต้องมีกิจกรรมหรือปัจจัยอื่นที่จะทำให้ผลการเรียนดีขึ้นด้วย เช่น ครู บรรยากาศในห้องเรียน อื่นๆ ด้วย

สรุปสั้นๆ ว่า
      Activity  >  Inputs  >  Outputs  >  Outcomes  >  Impacts

ทฤษฎีนี้ช่วยให้วิเคราะห์ผลสำเร็จของงานได้ง่ายขึ้นเหมือนการทำไข่เจียวไหมคะ (^ ^ )